หลักสูตรผู้นำกระบวนทัศน์ใหม่

หลักสูตรผู้นำกระบวนทัศน์ใหม่เรียนทั้งหมด 30 ครั้ง รวมทั้งหมด 105 วัน เป็นระยะเวลา 12 เดือนตั้งแต่ เดือนธันวาคม 2562 – เดือนพฤศจิกายน 2563 โดยแบ่งออกเป็น 7 หมวด ได้แก่

เนื้อหาหลักสูตร แบ่งออกเป็น 7 หมวดหลัก แต่ละหมวดมีชุดการเรียน (module) มากบ้างน้อยบ้าง ตามความจำเป็นของแต่ละหมวด เพื่อให้ได้เนื้อหาตามที่วางไว้ ดังนี้

หมวดรู้จักตนเอง

หมวดนี้มุ่งหมายเพื่อส่งเสริมการเติบโตด้านในเพื่อก้าวสู่ความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ยิ่งขึ้นอย่างเป็นขั้นเป็นตอน โดยผลสุดท้ายคือรู้จักดำรงชีวิตโดยเอาตนเองเป็นศูนย์กลางน้อยลงตามลำดับ

ผู้เรียนจะได้ฝึกเท่าทันการทำงานของจิตใจตนเอง เป็นอิสระที่จะเลือกทำตามหรือไม่ทำตามความรู้สึกนึกคิดนั้นด้วยปัญญา ตลอดจนรู้จักจริตนิสัย แนวโน้มตามธรรมชาติของคนที่ต่างกัน รู้จักความถนัด ศักยภาพที่ซ่อนเร้น ตลอดจนจุดอ่อนจุดแข็งของตน อีกมิติที่สำคัญคือการรู้จักปมเด่นปมด้อยของตนเอง ที่ทำให้เราติดกับอยู่กับการทำอะไรซ้ำๆ รอยเดิม และสร้างปัญหาเดิมๆ ให้กับตนเอง

ในหมวดนี้มีเนื้อหากว้างที่สุดมีทั้งการฝึกสติ นิเวศภาวนา และกระบวนการเยียวยาตนเอง ทั้งหมดนี้เน้นที่ประสบการณ์ตรงมากกว่าเนื้อหาวิชาการ แต่ละชุดการเรียนจะโยงใยและหนุนเสริมกันและกัน ช่วยให้ผู้เรียนได้ใช้ค้นหาตนเอง เพื่อให้ผู้เรียนได้ทดลองและเลือกแนวทางที่ตรงกับจริตของตนเอง หมวดนี้ทำให้ผู้เรียนเกิดการเปลี่ยนแปลงโลกภายในมากที่สุด

ชุดการเรียนในหมวดนี้ประกอบด้วย

  • เจริญสติพัฒนาภาวะการนำจากด้านใน
  • การเขียนเพื่อรักษาใจตน
  • เยียวยาปมชีวิตเพื่ออิสรภาพภายใน
  • ค้นหาตนเองในธรรมชาติแห่งป่าเขา
  • รู้จักสนทนากับตัวตนต่างๆภายในตนเอง
  • ศิลปะกับการค้นพบตนเอง
  • รู้จักตนเองผ่านนพลักษณ์

หมวดรู้จักสังคม

หมวดนี้มุ่งหมายในผู้เรียนรู้เท่าทันระบบสังคมในปัจจุบัน เพื่อเป็นอิสระจากการครอบงำของ สถาบันต่างๆ ที่บั่นทอนความเป็นมนุษย์และการเติบโตด้านใน เมื่อพบเห็นปรากฏการณ์ในสังคม ก็สามารถวิเคราะห์ได้ว่ามาจากโครงสร้างแบบไหน ชุดความคิดแบบไหน

ผู้เรียนจะได้รู้จักบริบททางสังคมที่มีผลต่อตนเอง และสามารถวิเคราะห์ข้อดีข้อเสียจุดอ่อนจุดแข็งของสถาบันหลักๆ ในสังคมและสื่อต่างๆ รวมถึงรู้จักการวิเคราะห์โครงสร้างมหภาคทั้งระดับประเทศและระดับโลก โดยเฉพาะโครงสร้างที่ก่อให้เกิดความอยุติธรรมในสังคมและแบบแผนพฤติกรรมของมนุษย์ที่ก่อให้เกิดความทุกข์ โดยรู้จักมองจากหลายสกุลคิด และฝึกเลือกจุดยืนของตนเองอย่างมีวิจารณญาณ

หลังจากตระหนักและเข้าใจในปัญหาแล้ว ผู้เรียนได้เห็นทางออกอันหลากหลายที่ปรากฏขึ้นในโลก ไม่ว่าจะเป็นแนวคิดใหม่เรื่องอำนาจ การสร้างเสริมความมั่นใจแก่คนรากหญ้า เงินตราทางเลือก เศรษฐกิจทางเลือก ขบวนการทางสังคม ฯลฯ

ชุดการเรียนในหมวดนี้ประกอบด้วย

  • การเปลี่ยนกระบวนทัศน์ของโลกปัจจุบัน
  • วิเคราะห์ระบบสังคม การเมือง และวัฒนธรรมของโลกปัจจุบัน
  • พิเคราะห์สังคมไทย
  • ความล้มลุกคลุกคลานของประชาธิปไตยไทยและทางออก
  • เพศวิถี และความยุติธรรม
  • ความสำเร็จและความล้มเหลวของการปฏิรูปสังคมไทยในรอบ 50 ปีที่ผ่านมา
  • ความสำเร็จและความล้มเหลวของการกระจายอำนาจ
  • ความล่มสลายและความหวังของสังคมชนบท
  • ความเข้มแข็งและความอ่อนแอของการประชาสังคมไทยในรอบ 50 ปีที่ผ่านมา
  • ธุรกิจเพื่อสังคมและระบบนิเวศน์

หมวดรู้จักความรัก

หมวดนี้คือการเรียนรู้ที่ว่าด้วยความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์บนฐานกระบวนทัศน์ใหม่ที่ไปพ้นการแก่งแย่งแข่งขัน การใช้อำนาจเหนือครอบงำผู้อื่น หากตั้งอยู่บนฐานใหม่ของการแบ่งปันอำนาจ ทรัพย์ และสถานะทางสังคม และความเมตตากรุณา

ผู้เรียนจะได้ฝึกฝนทั้งการฟังอย่างลึกซึ้ง การสื่อสารด้วยความกรุณา การจัดการความขัดแย้ง ทั้งหมดนี้ช่วยสร้างความไว้วางใจ ความกล้าที่จะเปิดเผยความอ่อนแอและเปิดพื้นที่ต้อนรับผู้อื่นมากขึ้น  นอกจากนี้ ยังมีบรรยากาศของความศักดิ์สิทธิ์ของงานเฉลิมฉลองร่วมกันผ่านดนตรี ศิลปะ และพิธีกรรมที่ช่วยให้ผู้เรียนสามารถสื่อสารกันในเรื่องที่ลึกซึ้งได้  ทั้งหมดนี้มีเป้าหมายเพื่อเปลี่ยนโลกทัศน์ที่เกี่ยวกับสัมพันธภาพของผู้เรียนกับ คนที่เกี่ยวข้องด้วย

ชุดการเรียนรู้หมวดนี้มีอยู่ 3 ชุดด้านล่างนี้ และยังแทรกอยู่ในทุกครั้งของการเข้าเรียนรู้ร่วมกันของผู้เรียนด้วย

  • สร้างสรรค์ชุมชนและชุมชนแห่งกัลยาณมิตร และการรู้จักธาตุหลักประจำตน
  • การสื่อสารด้วยความกรุณา
  • ประชาธิปไตยเชิงลึกกับการ คลี่คลายความขัดแย้ง (Process Work)

หมวดรู้จักธรรมชาติ

หมวดนี้มุ่งหมายให้ผู้เรียนตระหนักอย่างลึกซึ้งว่ามนุษย์เป็นส่วนหนึ่งของระบบนิเวศวิทยาของโลก เป็นการเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับมนุษย์กับธรรมชาติตามกระบวนทัศน์เดิม ที่ต้องการให้มนุษย์เป็นนายธรรมชาติ

ผู้เรียนจะได้เรียนรู้ธรรมชาติผ่านภูมิปัญญาของชนพื้นเมือง ได้เห็นตัวอย่างของเทคโนโลยีเพื่อสิ่งแวดล้อม ได้ออกแบบพื้นที่นิเวศด้วยหลักการออกแบบเพื่อวัฒนธรรมอันยั่งยืน (Permaculture) และได้กลับไปเชื่อมโยงกับธรรมชาติในระดับจิตวิญญาณ ความรู้ในชุดนี้จะนำไปสู่สำนึกรักและหวงแหนธรรมชาติและเปลี่ยนท่าที่ต่อธรรมชาติไปในทางเป็นมิตร มากกว่าการพยายามเอาธรรมชาติมาใช้ประโยชน์อย่างเห็นแก่ตัว ตลอดการเรียนในหมวดนี้ ผู้เรียนจะได้อาศัยอยู่ในชุมชนนิเวศเพื่อจะได้มีประสบการณ์ร่วมกับชาวบ้านและได้ฝึกปฏิบัติงานจริงในชุมชนเหล่านั้น

ชุดการเรียนในหมวดนี้ประกอบด้วย

  • นิเวศวิทยาพื้นฐาน
  • วิกฤตนิเวศด้านต่างๆ ของระบบนิเวศในปัจจุบัน
  • นิเวศวิทยาแนวลึก

หมวดรู้จักความงาม

หมวดนี้มุ่งหมายให้ผู้เรียนสามารถรับรู้คุณค่าของความงามด้วยสัญญาอันละเอียดสุขุม การรู้คุณค่าของความงามย่อมเสริมสร้างความเป็นมนุษย์ของปัจเจกบุคคลและหากคนเราสร้างบ้านแปงเมืองโดยคิดถึงความงาม สังคมนั้นย่อมมีสุขภาวะที่เอื้อต่อการงอกงามของความเป็นมนุษย์

มนุษย์ทุกคนมีศักยภาพของศิลปินซ่อนอยู่ในตน การศึกษาที่ดีต้องช่วยให้เราได้ค้นพบศักยภาพนั้นและนำออกมารับใช้จรรโลงโลกให้งดงาม

ชุดการเรียนในหมวดนี้ประกอบด้วย

  • ความงามผ่านงานศิลปะ
  • ธรรมชาติและความงาม

หมวดรู้จักและรักการแสวงหาความรู้

หมวดนี้มุ่งหมายให้ผู้เรียนได้ตระหนักว่าโลกของความรู้ได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างมหาศาลเพียงใด และ วิธีการแสวงหาความรู้ที่เหมาะกับสถานการณ์แต่ละอย่างควรเป็นอย่างไร นอกจากนั้นผู้เรียนจะได้ใคร่ครวญความแตกต่างของความรู้แบบชั่งตวงวัดได้ (convergent knowledge) และแบบชั่งตวงวัดไม่ได้ (divergent knowledge) ซึ่งสำคัญมากในแง่กระบวนทัศน์ใหม่ทางด้านความรู้

ชุดการเรียนในหมวดนี้ประกอบด้วย

  • การแสวงหาความรู้
  • การเปลี่ยนกระบวนทัศน์ การจับประเด็น คิดอย่างเป็นระบบ
  • ประมวลผลการเรียนรู้

อย่างไรก็ตาม เนื้อหาของหมวดนี้แทรกในทุกหมวดหมู่ ไม่ใช่เฉพาะสามชุดการเรียนดังกล่าว

หมวดรู้จักเปลี่ยนแปลงสังคม

(รวมทั้งวิถีกระบวนกร)

หมวดนี้มุ่งหมายจะให้เครื่องมือพื้นฐานที่ผู้เรียนสามารถนำไปใช้ทำงานเพื่อเปลี่ยนแปลงสังคมได้ทันทีเมื่อจบชุดการเรียนนี้ ขณะเดียวกันก็สามารถแสวงหาความรู้เพิ่มเติมเรื่องการเปลี่ยนแปลงสังคมอย่างต่อเนื่องด้วยตนเองต่อไปได้ด้วย

หมวดนี้จะเป็นหมวดสุดท้าย ผู้เรียนจะได้ฝึกฝนทักษะที่เรียนมาทั้งหมดอย่างจริงจังผ่านประสบการณ์ตรง ทั้งได้ลงไปศึกษาดูงานในชุมชนแออัด ศูนย์คนไร้บ้าน และโครงการเพื่อสังคมอื่นๆ โดยเฉพาะการทำงานของนักจัดระบบชุมชน ได้รู้แนวทางสร้างความเชื่อมั่นและส่งเสริมอำนาจภายในแก่คนยากคนจน ได้เห็นการทำงานเป็นเครือข่ายของคนเหล่านี้ที่ไม่เพียงแก้ไขปัญหาในชุมชนของตน แต่ยังเปลี่ยนแปลงนโยบายระดับประเทศได้ด้วย นี่คือเครื่องมือที่ใช้ต่อสู้กับความอยุติธรรรมได้อย่างทรงพลังที่สุด

วิถีกระบวนกรอันเป็นการเรียนชุดสุดท้ายนั้น คือการผสานความรู้ที่เรียนมาในทุกหมวด หมู่ ผู้เรียนจะได้นำความเข้าใจตนเอง ฝึกสติ ควบคู่ไปกับการเข้าใจผู้อื่นและสังคมมาประยุกต์ใช้อย่างเป็นรูปธรรมกล่าวคือจะได้ฝึกทักษะการจัดกระบวนการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วมที่ผสานความรู้ของทุกหมวดหมู่เข้าด้วยกันอย่างเป็นองค์รวม ผู้เรียนได้ช่วยกันสร้างความรู้ใหม่ ได้ออกแบบและฝึกจัดกระบวนการจริงอย่างเข้มข้น ภายใต้บรรยากาศของชุมชนแห่งกัลยาณมิตร  มีการแบ่งปันอำนาจ การสื่อสารอย่างกรุณา การตระหนักรู้เท่าทันตนเอง การรับฟังอย่างลึกซึ้ง เป็นต้น

ชุดการเรียนในหมวดนี้ประกอบด้วย

    • รู้จักใช้สื่ออย่างสมสมัย
    • การจัดตั้งเพื่อเพิ่มอำนาจชุมชน
    • วิถีกระบวนกร